ดนตรีไม่มีฝ่าย :D
posted on 10 Aug 2010 01:01 by j2jtr-b in nonSenSe1
เรื่องนี้มันเริ่มต้นจากความชอบ...
2
ฉันอาจพิมพ์ได้เต็มนิ้วว่า "ฉัน ชอบ ว่าน ธนกฤต"
3
ฉันเป็นพวกที่มีศิลปินในดวงใจน้อย แม้ปากฉันมักจะเจื้อยแจ้วชมเปาะเสมอเมื่อเห็นศิลปินประเภท หล่อเหลาบาดตา แต่บอกไว้เลยว่าน้อยครั้งนักที่พวกหล่อเหลานั้นจะเข้ามากระแทกใจของฉัน
พื้นที่ในใจฉันแม้จะยิ่งใหญ่ แต่ก็ยากที่จะยินดีให้บริการแก่ผู้ใดง่ายๆ คิดแล้วก็ช่างสวนทางกับความชอบที่มักจะออกมาให้บริการอยู่เป็นประจำ
อย่างที่ฉันพิมพ์ไปแล้วอย่างเต็มนิ้วว่า ฉันชอบว่าน ธนกฤต หรือก็คือ ว่าน AF2 นั่นเอง คนเดียวกัน แต่ระดับความชอบตั้งแต่สมัยอยู่ในบ้านกับตอนนี้นั้นต่างกันมาก...
เมื่อครั้งที่ว่านอยู่ในบ้าน ฉันรู้สึกเฉยเมย บางครั้งถึงขั้นไม่สบอารมณ์ แต่ปัจจุบันนี้ถ้าไม่ได้มีภาะกิจติดสอย หรือห้อยตามใจไปไหน หรือพัวพันงุนงง อยู่กับสิ่งใด ยามเย็นฉันจะนั่งดูซิทคอมที่ว่านเล่นทางช่องโมเดิร์นไนน์ แต่จะเรียกว่าฉันเป็นแฟนคลับว่านรึเป่านั้น ฉันไม่แน่ใจในตัวเองเท่าไหร่นักว่า...
ไอ้คำว่าแฟนคลับเนี่ยเค้าต้องชอบพอ ติดตาม และคลั่งไคล้กันถึงขนาดไหน แต่สำหรับฉันตอนนี้ฉันว่าฉันไม่ได้เป็นแฟนคลับว่านหรอกนะ
เพียงแต่พยายามติดตามผลงานเท่าที่จะสามารถทำได้เท่านั้น ^^
4
เมื่อเสาร์ที่ผ่านมา, ฉันได้รับโอกาสที่ดีเยี่ยมจากแม่บุญทุ่มของฉันให้ไปใช้โสตประสาททั้งหมดของร่างกายสัมผัสและรับรู้รสชาติของการชมคอนเสิร์ตแบบสดซิงไม่ต้องพึ่งแผ่นดีวีดีเถื่อนและเครื่องเล่นที่บ้าน ไม่ต้องนั่งยิ้มคนเดียวหน้าจอทีวี และไปสนุกและลิ้มชิมรสความอลังการของระบบเสียงระดับ TrueVistion ปะทะ Love is
แน่นอน, ฉันไม่คิดที่จะพลาด และไม่คาดฝันถึงความรู้สึกที่จะได้รับจากการชมคอนเสิร์ต "แสตมป์ ควบ ว่าน" ในครั้งนี้
5
แรกเริ่ม, ฉันไปดูคอนเสิร์ตนี้ด้วยความชอบว่านเป็นพื้น และเมื่อรู้ว่าได้ดูแสตมป์ควบคู่ไปด้วย ก็ดีไปอีกแบบ ถือว่าคุ้มแน่นอนเพราะฉันได้บัตรฟรีจากแม่บุญทุ่มนี่นา ^^
บริเวณประตูทางเข้า, เจ้าหน้าที่ประจำประตูบอกฉันว่า "ไม่อนุญาติให้ถ่ายภาพนะครับต้องเอาแบตเตอร์รี่และเมมโมรี่การ์ดของกล้องไปฝาก"
หน้าฉันคงดูเหมือนไก่ตาแตกพี่เค้าจึงเสริมทับมาด้วยว่า "เฉพาะกล้องตัวใหญ่แบบนี้ครับกล้องเล็กไม่เป็นไรครับ"
แล้วฉันก็เดินงง งงไปที่โต๊ะฝากของ เพื่อฝากสิ่งที่เปรียบเสมือนหัวใจและสมองของกล้องกับเจ้าหน้าที่ ในใจพลาดคิดว่า 'แล้วฉันจะแบกกล้องอันใหญ่โตและหนักหน่วงของฉันมาเพื่ออะไร ในเมื่อมันใช้การไม่ได้แล้ว'
ฉันไม่ได้รับอนุญาติให้เก็บภาพความทรงจำผ่านเลนส์ ไม่ได้รับอนุญาติ ทำไม ทำไม ทำไม ใจฉันเฝ้าคิดอยู่อย่างนั้น
แต่ถือว่าฉันยังพอมีลุ้นเพราะฉันพกกล้องตัวเล็กมาด้วย คงช่วยบรรเทาความกระหายเสียงกดชัตเตอร์ลงไปได้บ้าง :D
แต่แล้วเหมือนสวรรค์เข้าข้างคนหัวใจห่อเหี่ยวอย่างฉัน ไม่ใช่เค้าเปลี่ยนมาอนุญาติหรอกนะ แต่ฉันนึกขึ้นได้ว่า
'ฉันมีแบตเตอร์รี่สำรองอีกก้อน และยิ่งไปกว่านั้นเมมโมรีการ์ดของกล้องตัวเล็กก็ใส่กล้องใหญ่ได้' ร้อยยิ้มบานๆ ผุดขึ้นในใจก่อนที่จะพาให้ริมฝีปากฉันหยักเป็นมุมตามใจไป ^^
6
ว่านไม่ได้เล่นคนแรก แต่กลับเป็นแสตมป์ ที่ออกมาโชว์ลวดลาย แสดงฝีมืออย่างที่ต้องเรียกว่า ฉัน อึ้ง ไป เลย :o
แน่นอน, ถึงก่อนหน้านี้ฉันจะรู้จักแสตมป์ และได้เห็นผลงานทั้งที่ร้องเอง และแต่งให้ศิลปินคนอื่นมาแล้ว แต่แสตมป์ก็ไม่เคยได้รับการบริการจากใจฉันมาก่อนเลย ด้วยหน้าตาที่ไม่ได้หล่อเข้าขั้นจะชมเปาะ ฉันจึงไม่เคยติดตามผงานอย่างจริงจังและจริงใจ
แต่วันนั้น, เพียงแค่จบเพลงเปิดเพลงแรก ฉันต้องหันกลับมาถามตัวเองว่า "ทำไมฉันฟังเพลินจนลืมกดชัตเตอร์"
หัวใจฉันพองโตขึ้นอย่างที่ไม่ทันได้รู้ตัว เมื่อรู้อีกทีก็เกิดมีพื้นที่ว่างขึ้นและยินดีจะให้บริการศิลปินคนนี้เข้าอย่างจัง
ยิ่งหลายเพลงผ่านไป หลากคำพูดที่ถูกปล่อยเข้าความคิดของฉัน ส่งผลกระทบต่อความชอบของฉันเป็นอย่างยิ่ง
มาถึงตอนนี้, แสตมป์ ศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลงคนนี้ก็เข้ามานั่งดีดกีตาร์ ฮัมเพลงเบาๆ อยู่ในใจฉันเรียบร้อยแล้ว :D
7
ส่วนว่าน ไม่ต้องบรรยายมากมาย เพียงเสียงแรกเริ่มเพลงก็ทำเอาฉัน... จะว่าเคลิ้มคงมากไป เอาเป็นว่า ไม่ได้กดชัตเตอร์อย่างที่หมายใจเอาไว้เช่นเคย
8
ความสนุกที่แสนจะอบอุ่น ละมุมละไมไปด้วยความน่ารัก มันมาพุ่งถึงจุดสูงสุด เมื่อสองศิลปินนักแต่งเพลงมาควบกันจริงๆ บนเวทีในช่วงท้ายของคอนเสิร์ต
เพลงลูกหมูสามตัว ในฉบับของ แสตมป์ควบว่าน ช่างน่ารักและน่าหยิก ในเวลาเดียวกันก็ได้ทำเอาผู้ชมหัวเราะกันจนตัวโยกตัวโยนกันทั้งฮอลล์
ช่วงไหนที่คุมสติอยู่กับตัวเองได้บ้าง ฉันก็จะยกกล้องขึ้นมาปรับโฟกัส เลือกมุม และมองความสนุกสนานนั้นผ่านเลนส์สักครั้งหนึ่ง แต่ถ้าเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงเพลงเมื่อใด D60 ของฉันก็จะถูกปล่อยวางไว้ที่ตักอย่างไร้หน้าที่ ;p
9
คอนเสิร์ตจบลงแล้วในวันนั้น ด้วยเวลาที่เรียกได้ว่าหากเล่นยาวกว่านี้อีกนิดคงเป็น "คอนเสิร์ตที่เล่นกันข้ามวัน"
ฉันมองนาฬิกาแล้วก็ต้องครุ่นคิดว่า 'ฉันจะกลับบ้านยังไงละเนี่ย คงไม่สามารถไปถึงรถไฟฟ้าบีทีเอสได้ทันขบวนสุดท้ายของการให้บริการแน่นอน' :(
แทกซี่จึงเป็นทางออกสุดท้ายที่พอจะนึกได้ ในขณะที่นั่งง่วงๆ อยู่บนรถแทกซี่ ทำนองเพลงหนึ่งของแสตมป์ดังแว่วเข้ามาในความคิดของฉัน พร้อมกับข้อความหนึ่งที่ทำให้ฉันต้องกลับมาถามตัวเองว่า ฉันอยู่บนโลกนี้มากี่วันแล้ว และทุกวันที่ผ่านมามีวันไหนที่ทำให้ฉันประทับใจบ้างกันนะ....
10
เมื่อถึงที่พักฉันกลับคิดเลยเถิดไปถึงอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องมันมีอยู่ว่า...
สีแดงเค้าก็มีดนตรีของเค้า ในขณะที่สีเหลืองเค้าเองก็มีดนตรีเป็นของตัวเองเช่นกัน
หากเป็นดนตรีฉันจะเลือกได้ไหมว่าจะอยู่ฝ่ายไหน หรือจะไม่อยากอยู่ฝ่ายไหน
ในเมื่อหน้าที่ของดนตรีคือ บันดาลความสุข สนุกสนาน และช่วยบรรเทาทุกทุกข์ เป็นเพื่อนยามเหงา เมื่ออกหักเราก็ฟังดนตรี บ้างเล่นกับดนตรี ทุกงานเลี้ยง แม้ในงานที่ระลึกถึงความโศกเศร้าอย่างงานศพยังมีดนตรีมาบรรเลง
แล้วดนตรีเลือกได้ไหมว่าจะอยู่กับงานรื่นเริง หรืองานที่แสนจะโศกเศร้า....
หรือว่าที่จริงแล้วนั้น ดนตรีไม่เลือกที่จะเป็น ไม่ว่าอยู่ฝ่ายไหน ที่ใดก็ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่
ดนตรีไม่มีฝ่าย...
11
ขอบคุณ แสตมป์ และว่าน ที่ทำให้ 1 วันใน 9524 วัน ของฉันมีความหมาย และน่าจดจำมากยิ่งขึ้น ^^
ขอบคุณอาต้อย แม่บุญทุ่มของฉัน ที่ทำให้ฉันการเดินทางในวันข้างหน้าของฉันจะแข็งแรงขึ้นจากบัตรคอนเสิร์ตฟรีใบนี้ ^^
ขอบคุณผู้อ่านทุกคน ^^